คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รวบรวมข้อสงสัยและคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกฎหมายและการใช้บริการ

หมวดหมู่คำถาม

คำถามทั่วไปเกี่ยวกับการใช้บริการ

การประเมินรูปคดีและสอบถามข้อมูลเบื้องต้นผ่านทางโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นการนัดหมายเพื่อปรึกษาเชิงลึก วิเคราะห์เอกสาร หรือร่างเอกสารทางกฎหมาย จะมีค่าดำเนินการ ซึ่งทางสำนักงานจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าก่อนเสมอ

ควรเตรียมบัตรประชาชนตัวจริง และเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะปรึกษา เช่น สัญญาต่างๆ, ใบเสร็จรับเงิน, สลิปโอนเงิน, ภาพถ่ายหลักฐาน, บันทึกแชทสนทนา และหมายศาล (หากมี) เพื่อให้ทนายความสามารถประเมินรูปคดีได้อย่างแม่นยำ

สำนักงานเปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08:30 - 17:30 น. ปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หากท่านต้องการปรึกษาเร่งด่วนนอกเวลาทำการ สามารถฝากข้อความไว้ หรือติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้

ค่าทนายความจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความซับซ้อนของคดี, มูลค่าทุนทรัพย์ที่ฟ้องร้อง, ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ และเขตอำนาจศาลที่ดำเนินคดี โดยก่อนเริ่มงานเราจะทำสัญญาว่าจ้างระบุขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใสและชัดเจน

คดีแพ่งและคดีพาณิชย์

สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายใหม่ หากท่านมีหลักฐานเป็นข้อความแชทสนทนา (Line, Facebook) ที่ระบุการขอยืมเงินชัดเจน ระบุจำนวนเงิน และตกลงจะคืน ประกอบกับสลิปโอนเงินเข้าบัญชีลูกหนี้ สามารถใช้เป็นหลักฐานแทนหนังสือสัญญาได้

ห้ามเพิกเฉยเด็ดขาด ควรตรวจสอบวันที่ศาลนัดและนำหมายศาลพร้อมสำเนาคำฟ้องมาปรึกษาทนายความโดยทันที เพื่อเตรียมทำคำให้การต่อสู้คดี หรือวางแผนเจรจาไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด (ปกติ 15 วัน)

อายุความคดีแพ่งแตกต่างกันไปตามมูลเหตุของคดี เช่น คดีละเมิด (เช่น รถชน) มีอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ตัวผู้กระทำผิด, คดีเรียกร้องเงินกู้ยืมมีอายุความ 10 ปี, คดีบัตรเครดิต 2 ปี เป็นต้น จึงควรปรึกษาทนายเพื่อตรวจสอบอายุความทันทีเมื่อเกิดข้อพิพาท

การชนะคดีเป็นเพียงการที่ศาลรับรองสิทธิ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ต้องตั้งทนายความดำเนินการ "สืบทรัพย์" และขอออกหมาย "บังคับคดี" เพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สิน (เช่น บ้าน ที่ดิน เงินเดือน บัญชีเงินฝาก) ของจำเลยมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ต่อไป

คดีอาญา

ไม่ควรตื่นตระหนก แต่ต้องไปพบตำรวจตามวันและเวลาที่ระบุในหมายเรียก (หากไม่ไปอาจถูกออกหมายจับได้) แนะนำให้ปรึกษาทนายความก่อนไป และสามารถให้ทนายความร่วมรับฟังการสอบสวนด้วยได้ เพื่อให้คำปรึกษาและปกป้องสิทธิของคุณ

ต่างกันที่ "เจตนา" หากมีการวางแผนหลอกลวง ปกปิดความจริงมาตั้งแต่ต้นเพื่อให้ได้เงินหรือทรัพย์สิน จะเข้าข่าย "ฉ้อโกง" เป็นคดีอาญา (ยอมความได้) แต่หากตอนแรกตั้งใจทำตามสัญญา แต่ภายหลังธุรกิจมีปัญหาทำให้จ่ายไม่ได้ จะเป็นเรื่อง "ผิดสัญญา" ซึ่งเป็นคดีแพ่ง

สามารถใช้เงินสด, สมุดบัญชีเงินฝากประจำที่มีหนังสือรับรองจากธนาคาร, โฉนดที่ดิน (ที่ประเมินราคาแล้ว), สลากออมสิน หรือตำแหน่งข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจในการค้ำประกันตัวได้ ทั้งนี้มูลค่าหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับข้อหาตามที่ศาลหรือตำรวจกำหนด

เข้าข่ายความผิดฐาน "หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา" มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ หากมีรูปภาพตัดต่อที่ทำให้เสื่อมเสียอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพิ่มเติม

กฎหมายธุรกิจและองค์กร

ตามการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับใหม่ ปัจจุบันสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดโดยมีผู้เริ่มก่อตั้ง (ผู้ถือหุ้น) เพียง 2 คนขึ้นไป ก็สามารถจัดตั้งบริษัทได้แล้ว (จากเดิมที่ต้องใช้ 3 คน)

ควรระบุให้ชัดเจนในเรื่อง สัดส่วนการลงทุน (เงิน/แรงงาน), อำนาจหน้าที่ในการบริหาร, การแบ่งผลกำไรและรับผิดชอบการขาดทุน, การห้ามแข่งขันกับกิจการร่วมทุน, และเงื่อนไข/วิธีการเมื่อต้องการแยกย้ายหรือเลิกกิจการ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในอนาคต

หากพนักงานไม่ได้ทำผิดร้ายแรง นายจ้างต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (กรณีไม่แจ้งล่วงหน้า 1 งวดการจ่ายเงิน) และค่าชดเชยตามอายุงาน ตั้งแต่ 30 วัน ไปจนถึงสูงสุด 400 วัน (สำหรับพนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป) ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

คือการทำสัญญาว่าจ้างทนายความเป็นรายเดือนหรือรายปี เพื่อคอยให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ตรวจทานและร่างสัญญาต่างๆ ออกหนังสือทวงถามหนี้ (Notice) ประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจเปรียบเสมือนมีแผนกกฎหมายในบริษัทของคุณเอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

คดีครอบครัวและมรดก

เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายมีหลายประการ เช่น อีกฝ่ายมีชู้หรือยกย่องผู้อื่นออกหน้าออกตา, ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรง, จงใจละทิ้งร้างกันเกิน 1 ปี, สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี หรืออีกฝ่ายเป็นบ้าเกิน 3 ปี เป็นต้น

สามารถทำด้วยตนเองได้ โดยใช้แบบ "พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ" ลงวันเดือนปีและลายมือชื่อ แต่หากทรัพย์สินมีมูลค่ามากหรือมีความซับซ้อน แนะนำให้ทนายความช่วยร่างแบบ "พินัยกรรมแบบธรรมดา" หรือ "ฝ่ายเมือง" เพื่อความรัดกุม ถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันพินัยกรรมตกเป็นโมฆะ

"สินส่วนตัว" (ทรัพย์ที่มีก่อนสมรส หรือได้มาเป็นมรดก/การให้โดยเสน่หา) จะตกเป็นของเจ้าของเดิม ไม่ต้องแบ่ง ส่วน "สินสมรส" (ทรัพย์ที่หามาได้ร่วมกันระหว่างจดทะเบียนสมรส) เมื่อหย่ากันจะต้องนำมาแบ่งคนละครึ่งเท่าๆ กัน

ผู้จัดการมรดกคือผู้ที่ศาลแต่งตั้งให้มีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้สิน (ถ้ามี) และแบ่งปันมรดกให้แก่ทายาทตามกฎหมายหรือตามพินัยกรรม ผู้ที่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ ต้องเป็นทายาทโดยธรรม ผู้รับพินัยกรรม หรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกนั้น